ดาราสาว จีร่าร์ หรือกัสจัง พาเจ้าของคลินิค อเมทิส เข้าแจ้งความ ผู้ใช้เฟซบุ๊กปลอมชื่อ Mullika Manirassakul โพสใส่ร้ายหน้าเพจเฟซบุ๊ก ว่า เป็นคลินิกเถื่อน และกล่าวหาว่า กัสจังปกปิดเรื่องทำศัลยกรรมกับคลินิคแห่งนี้

แบ่งปันข่าวนี้ :
แบ่งปันข่าวนี้ ...

วันนี้ 3 ก.ย.59 เวลา 21.00 น ที่ สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ  น.ส.จีร่าร์  พิทักษ์พรตระกูล หรือ “กัสจัง”  อายุ 23 ปี ดารานักสแดงสาวชื่อดัง  พร้อม น.ส.กุลกนก  หว่อง  อายุ 30 ปี เจ้าของสถานเสริมความงาม อเมทิส คลินิก (Ametis clinic)  ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊กปลอมรายหนึ่ง ชื่อ  Mullika Manirassakul ซึ่งได้ทำการโพสข้อความโจมตีทางหน้าเพจเฟซบุ๊ก ของ คลินิกดังกล่าว ว่า เป็นคลินิกเถื่อน อีกทั้งดาราสาวคนดังร่วมมือกับคลินิกปกปิดเรื่องการทำศัลยกรรมคาง ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ข่าว16

ทั้งนี้ น.ส.จีร่าร์ ให้การว่า เมื่อช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ตนเข้ามาทำศัลยกรรมตาสองชั้นกับทางคลินิกดังกล่าวเพียงอย่างเดียว จนกระทั่งเมื่อคืนวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางคลินิกแจ้งมาว่าถูกผู้ไม่ประสงค์ดี สร้างเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมาใหม่โดยใช้รูปหญิงสาวที่เสียโฉมจากการทำศัลยกรรม โพสโจมตีว่าเป็นคลินิกเถื่อนมาหลอกลวงผู้บริโภค อ้างว่าตนทำศัลยกรรมคางแต่ปกปิดข้อมูล รับจ้างไปรีวิวโฆษณาให้กับทางคลินิก ทั้งที่ความจริงตนทำเพียงแค่ตาสองชั้นเท่านั้น ก่อนทำศัลยกรรมก็ไปศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดีว่าคลินิกดังกล่าวมีใบรับรองถูกต้อง หลังทำเสร็จก็ไปรีวิวเองส่วนตัว ไม่ได้สมรู้ร่วมคิด ไม่เคยรับเงินมารีวิว จึงมาแจ้งความไว้พร้อมชี้แจงกับทางสื่อมวลชน ส่วนคนที่ทำนั้นคิดว่าอาจจะเป็นคนที่ไม่ชอบตนมาโจมตี หรืออาจจะเป็นคนที่เคยขัดแย้งทางธุรกิจกับทางคลินิก

ข่าว15

ด้าน น.ส.กุลกนก กล่าวว่า การพาดพิงโจมตีทางหน้าเพจเฟซบุ๊กของคลินิกว่า ทางคลินิกปกปิดข้อมูลการทำศัลยกรรมคางของกัสจังนั้นไม่เป็นความจริง ทางคลินิกดูแลเรื่องการทำศัลยกรรมตาสองชั้นให้เท่านั้น อีกทั้งยังโจมตีด้วยว่าเป็นคลินิกเถื่อนทั้งที่ความจริงมีใบประกอบวิชาชีพและมาตรฐานครบถ้วน เปิดให้บริการมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ไม่เคยมีชื่อเสียงด้านลบ สร้างความเสียหายให้กับคลินิกเนื่องจากเป็นข้อความเท็จ จึงเดินทางมาแจ้งความไว้ฐานหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

ข่าว14

ขณะที่ ร้อยตำรวจโท เฉลิมพันธุ์  ภูสมหมาย รองสารวัตรงานสอบสวน  สน.ทุ่งมหาเมฆ กล่าวว่า เบื้องต้นผู้เสียหายทั้งสองรายได้ขอแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อนว่า ถูกหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยยังไม่ประสงค์จะแจ้งความดำเนินคดี แต่หากยังมีการโจมตีซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง ทั้งคู่ก็จะมาแจ้งความดำเนินคดีภายหลัง

อ่านแล้ว2301 times!

แบ่งปันข่าวนี้ ...
แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.