“หลวงพ่อวัดโปร่งเก่า”สนองพระดำริ พระสังฆราชฯออกเยี่ยม มอบของดำรงชีพให้คนแก่+ผู้ยากไร้ ช่วงโควิด 19 ระบาด

แบ่งปันข่าวนี้ :
แบ่งปันข่าวนี้ ...

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2563 ที่วัดโปร่งเก่า
ต.บ้านโปร่ง อ.หนองโดน
จ.สระบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระอธิการดนัย อติภทฺโท เจ้าอาวาสฯฯ ได้ออกเยี่ยมชาวบ้านบริเวณรอบวัด โดยพระดนัย เปิดเผยว่า มีความเป็นห่วงพุทธศาสนิกชนในช่วงโรคโควิด 19 ระบาด ทางวัดอาตมามีพระจำนวนน้อย มีจำนวนของที่ได้จากการบิณฑบาตร รวมถึงสิ่งของที่ญาติโยมนำมาถวายในโอกาสงานบุญต่างๆมีเหลือ ทั้งได้เล็งเห็นถึงความเดือดร้อน ของญาติโยมในยามเกิดวิกฤตแบบนี้จึงได้ออกเยี่ยมเยี่ยน สอบถามสารทุกข์สุขดิบ พร้อมทั้งได้นำสิ่งที่ใช้สำหรับการยังชีพ มอบให้กับญาติโยมที่มีฐานะยากจนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ รวมถึงคนแก่ติดเตียง ซึ่งจริงๆแล้วอาตมาได้ทำกิจกรรมนี้ต่อเนื่อง 2 ปีแล้ว มาตั้งแต่มารับตำแหน่งเจ้าอาวาสใหม่ๆแล้ว เช่นมีโล่งศพ ได้มอบให้ศพผู้ยากไร้ ไม่มีญาติ ข้าวสาร อาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กระดาษทิชชู่ ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับ คนแก่ ผู้ป่วยติดเตียง ข้าว-แกง ฯ โดยวันนี้ได้มอบให้กับญาติโยม ในเขตพื้นที่ ต.บ้านโปร่ง ซึ่งมีอยู่ 5 หมู่บ้าน โดยได้รับความร่วมมือจาก เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(พอ.สว.)เป็นอย่างดี

“พระอธิการดนัย”กล่าวอีกว่า ที่สำคัญอาตมาได้สนองตามแนวพระดำริของ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก”ที่พระองค์ท่านได้ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 19 (COVID-19) ซึ่งมีความรุนแรงขึ้นอย่างกว้างขวาง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย การประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิตประจำวัน และฐานะทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดความยากลำบากในหมู่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย หรือตกอยู่ในภาวะที่ต้องปรับรูปแบบการดำรงชีวิตอย่างกะทันหัน พร้อมทั้งทรงพระดำริว่า”

“วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนคู่กับสังคมไทยมานับแต่โบราณตราบจนปัจจุบัน วัดไม่เพียงแต่เป็นที่พำนักของพระภิกษุสามเณร แต่ยังเป็นสถานสาธารณสงเคราะห์ของชุมชนด้วย จึงสมควรที่จะให้วัดที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะอนุเคราะห์ประชาชนผู้ประสบความยากลำบาก ดำเนินภารกิจตามบทบาทหน้าที่ที่ดำรงอยู่นับแต่อดีตกาลในการนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชายังโปรดให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พิจารณาสั่งการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ประสานงานกับวัดทั่วราชอาณาจักรซึ่งมีศักยภาพเพียงพอ จัดตั้งโรงทาน ช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบากในสถานการณ์โรคระบาด ทั้งนี้ มิใช่การบังคับ แต่เป็นการกำหนดแนวทางประสานความร่วมมือ โดยให้คำนึงถึงความความพร้อมของแต่ละวัด ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในชุมชนนั้นๆ เป็นสำคัญ อีกทั้งให้ประสานภารกิจร่วมกับหน่วยงานและบุคลาการทางการแพทย์และการสาธารณสุขซึ่งมีประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ ในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดตั้งโรงทาน และการแจกจ่าย ให้เป็นไปตามหลักสุขอนามัย โดยต้องไม่มีการจัดพิธีการ พิธีกรรม กิจกรรม หรือการบริหารจัดการใดๆ ที่ต้องให้บุคคลจำนวนมากมารวมตัวกัน กับทั้งให้ปฏิบัติตามคำสั่ง มาตรการ และคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด “ตามแนวพระบัญชาของ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชฯ”

อ่านแล้ว395 times!

แบ่งปันข่าวนี้ ...
แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.