“ผบ.บางขวาง” เปิดห้องควบคุมผู้ต้องขังป่วยนอนพักรักษาตัวโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

แบ่งปันข่าวนี้ :
แบ่งปันข่าวนี้ ...

“ผบ.บางขวาง” เปิดห้องควบคุมผู้ต้องขังป่วยนอนพักรักษาตัวโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า

เรือนจำกลางบางขวาง เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ร่วมกับ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เปิดห้องควบคุมผู้ต้องขังป่วย และเปิดการเชื่อมต่อระบบแพทย์ทางไกล ระหว่างสถานพยาบาลเรือนจำกลางบางขวาง และห้องฉุกเฉินผ่านระบบTelemedicine

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 มี.ค.63 ที่หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย ชั้น 6 อาคารจินดามณี โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี ดร.มนตรี บุนนาค ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง พร้อมด้วย นายกรีฑา แก้วเทศ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนนทบุรี และนายแพทย์มณเฑียร เพ็งสมบัติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดห้องควบคุมผู้ต้องขังป่วยระหว่างเรือนจำกลางบางขวางและเรือนจำจังหวัดนนทบุรี และพิธีเปิดการเชื่อมต่อระบบแพทย์ทางไกล ระหว่างสถานพยาบาลเรือนจำกลางบางขวาง และห้องฉุกเฉินผ่านระบบTelemedicine ตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยมี นายอวิรุตต์ ตรุณทิพากร ผู้อำนวยการสถานพยาบาลเรือนจำกลางบางขวาง กล่าวรายงาน ซึ่งมีแขกผู้มีเกียรติ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และ เจ้าหน้าที่รพ.ที่เกี่ยวข้อง ร่วมงานฯ

ดร.มนตรี บุนนาค ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง กล่าวว่า โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทรงริเริ่มโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีที่ทรงมีพระเมตตาต่อผู้ต้องขังในเรือนจำโดยทรงมองเห็นว่า แม้ว่าผู้ต้องขังเป็นผู้กระทำผิดตามกฎหมายบ้านเมืองและต้องมารับโทษในเรือนจำ แต่บุคคลเหล่านี้ก็เป็นประชาชนคนไทยกลุ่มหนึ่งที่ทั้งสองพระองค์ในฐานะองค์พระประมุขของชาติที่ใส่พระทัย ดูแลทุกข์สุขของประชาชนคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกันในเรื่องการสาธารณสุขและการแพทย์

ดร.มนตรี กล่าวต่อว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ทรงพระราชดำริจัดตั้งโครงการราชทัณฑ์ ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เพื่อให้ผู้ต้องขังที่ป่วยเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียม ตามหลักสิทธิมนุษยชน และเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทางเรือนจำกลางบางขวาง เรือนจำจังหวัดนนทบุรี และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จึงได้ร่วมกันจัดทำห้องควบคุมผู้ต้องขังป่วยนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และเชื่อมต่อระบบแพทย์ทางไกล ระหว่างสถานพยาบาลเรือนจำกลางบางขวาง และห้องฉุกเฉินผ่านระบบTelemedicine ขึ้น ทั้งนี้ เมื่อพ้นโทษจะได้มีสุขภาพสมบูรณ์ ทั้งกายและใจ ออกมาสู่สังคมภายนอก และประกอบอาชีพสุจริตได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อผู้กระทำผิดอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ “กรมราชทัณฑ์และกระทรวงสาธารณสุข ได้เห็นชอบให้เรือนจำและโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตท้องที่ร่วมกันจัดทำสถานที่ไว้ควบคุมผู้ต้องขังป่วยไว้เป็นการเฉพาะ เพื่อลดโอกาสในการหลบหนี ลดความกังวลของผู้ป่วยอื่น และลดการละเมิดสิทธิของผู้ต้องขัง สะดวกต่อการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และเพิ่มความปลอดภัยแก่บุคลากรทางการแพทย์และประชาชน อีกทั้งยังเชื่อมต่อระบบแพทย์ทางไกล ระหว่างสถานพยาบาลเรือนจำกลางบางขวาง และห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ผ่านระบบ Telemedicine ช่วยให้พยาบาลเรือนจำใช้ในการปรึกษาแพทย์ห้องฉุกเฉินของรพ. กรณี มีผู้ต้องขังป่วยฉุกเฉิน และพยาบาลไม่สามารถ รักษาได้ ผู้ต้องขังป่วยสามารถสื่อสารได้กับแพทย์ ลดการส่งผู้ต้องขังไปรพ. และยังเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ต้องขังป่วยได้” ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง กล่าว

อ่านแล้ว421 times!

แบ่งปันข่าวนี้ ...
แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.