มุมมองกฎหมายคาเฟ่แมวธุรกิจบนชีวิตสัตว์

แบ่งปันข่าวนี้ :
แบ่งปันข่าวนี้ ...

มุมมองกฎหมายคาเฟ่แมวธุรกิจบนชีวิตสัตว์

ดร.สาธิตปรัชญาอริยะกุลเลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย

จากกรณีข่าวคาเฟ่แมวแห่งหนึ่งย่านวัชรพลที่ถูกปิดตั้งแต่วันที่3 เมษายนที่ผ่านมานั้นสำหรับในแง่กฎหมายนั้นมีมุมมองน่าสนใจ

  1. ต้องพิจารณาว่าการประกอบกิจการคาเฟ่สัตว์เลี้ยงนั้นมีการยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้องหรือไม่เพราะกิจการคาเฟ่สัตว์เลี้ยงเป็นกิจการควบคุมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  และผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการขอและการออกใบอนุญาตโดยในพื้นที่กรุงเทพฯตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพพ.ศ.2561 ข้อ7 กำหนดให้กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทต่างๆเช่นกิจการที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง(1) การเพาะพันธุ์เลี้ยงและการอนุบาลสัตว์ทุกชนิด(2) การประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์รวบรวมหรือธุรกิจอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันเพื่อให้ประชาชนเข้าชมหรือเพื่อประโยชน์ของกิจการนั้นทั้งนี้ไม่ว่าจะมีการเรียกเก็บค่าดูหรือค่าบริการในทางตรงหรือทางอ้อมหรือไม่ก็ตามต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการเท่านั้นถ้าไม่มีถือว่าผิดกฎหมายและถ้ามีแล้วไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ก็มีสิทธิถูกเพิกถอนใบอนุญาตนั้นได้

  2.การเลี้ยงดูสัตว์ภายในคาเฟ่นั้น  ถ้าดูแลไม่ดีไม่ว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองให้เจ้าของต้องดำเนินการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นการจัดให้สัตว์เลี้ยงในคาเฟ่นั้นได้รับอาหารและน้ำในปริมาณและคุณภาพที่เหมาะสมจัดให้สัตว์อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการดำเนินชีวิตและความปลอดภัยจัดให้สัตว์มีสุขภาพอนามัยที่ดีจัดควบคุมป้องกันโรคที่เหมาะสมรักษาเมื่อสัตว์เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บโดยไม่ชักช้าหรือจัดการไม่ให้สัตว์ได้รับความเครียดหวาดกลัวเจ็บปวดหรือทุกข์ทรมานโดยไม่มีเหตุอันสมควรและต้องจัดให้สัตว์ได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งพฤติกรรมตามธรรมชาติที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตและพลานามัยของสัตว์ซึ่งถ้าเจ้าของคาเฟ่ไม่ดำเนินการการจัดสวัสดิภาพสัตว์ให้เหมาะสมต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท 

อีกทั้งถ้าการเลี้ยงดูของเจ้าของคาเฟ่หรือผู้ดูแลนั้นเป็นเหตุของการกระทำหรืองดเว้นการกระทำใดๆให้สัตว์ได้รับความทุกข์ทรมานไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจได้รับความเจ็บปวดความเจ็บป่วยทุพพลภาพหรืออาจทำให้สัตว์นั้นตายหรือใช้สัตว์พิการสัตว์เจ็บป่วยสัตว์ชราหรือสัตว์ที่กำลังตั้งท้องเพื่อแสวงหาประโยชน์ใช้สัตว์ประกอบกามกิจใช้สัตว์ทำงานจนเกินสมควรหรือใช้ให้ทำงานอันไม่สมควรเพราะเหตุที่สัตว์นั้นเจ็บป่วยชราหรืออ่อนอายุเช่นนี้ก็เข้าข่ายการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควรมีโทษจำคุกไม่เกินสองปีปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับตามพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณสัตว์ฯพ.ศ.2557 และเจ้าของสัตว์นั้นยังมีหน้าที่ต้องนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ารวมทั้งต้องทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ด้วยตามพ.ร.บ.โรคพิษสุนัขบ้าพ.ศ.2535 ฝ่าฝืนก็มีโทษตามกฎหมายเช่นกันแต่ถ้าเจ้าของคาเฟ่ปิดกิจการแล้วปล่อยละทิ้งหรือกระทำการใดๆให้สัตว์นั้นพ้นจากการดูแลของตนโดยไม่เหตุอันสมควรต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทซึ่งกรณีที่พบสัตว์ถูกปล่อยละทิ้งหรือไม่มีเจ้าของให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดสวัสดิภาพให้เหมาะสมตามสมควรตามพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณสัตว์อีกด้วย

ดังนั้นการคิดจะทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องบนชีวิตสัตว์ในปัจจุบันเช่นธุรกิจคาเฟ่แมวเจ้าของกิจการและผู้เกี่ยวข้องจำเป็นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจทั้งในแง่กายภาพสิ่งแวดล้อมของสัตว์รวมทั้งในแง่สังคมกฎหมายที่สำคัญคือเจตนาและเป้าหมายของการทำธุรกิจอย่าคำนึงถึงมูลค่าทางทรัพย์สินด้านเดียวแต่ควรคิดถึงคุณค่าของชีวิตสัตว์เหล่านั้นซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกเจ็บปวดเจ็บป่วยทุกข์ทรมานต่อสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับมนุษย์  ซึ่งมนุษย์ควรจะปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีมนุษยธรรมด้วยความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น

อ่านแล้ว54 times!

แบ่งปันข่าวนี้ ...
แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.