ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย เดินทางมาให้กำลังใจ และให้คำปรึกษากับพี่น้องประชาชน เหยื่อ ผู้เสียหาย ในคดีแชร์ลูกโซ่

แบ่งปันข่าวนี้ :
แบ่งปันข่าวนี้ ...

22 มกราคม 2562 ณ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เวลา 14.00 น. นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย และคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางมาให้กำลังใจ และให้คำปรึกษากับพี่น้องประชาชน เหยื่อ ผู้เสียหาย ในคดีแชร์ลูกโซ่ตระเกรียงน้ำมันหอมระเหย, คดีแชร์ลูกโซ่ครอสสัมนา, คดีแชร์ลูกโซ่โอดีแคปปิตอล, คดีแชร์ลูกโซ่บ้านก้อย, คดีแชร์ลูกโซ่บ้านเจนนี่ และคดีหลอกโกงให้ลงทุนมูลนิธิรักราช จ.สกลนคร มูลค่าความเสียหายรวมทุกคดีหลายพันล้านบาท!!!

ตามที่ผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่ตะเกรียงน้ำมันหอมระเหย DCHL ชื่อ “นางสมศรี” อายุ 55 ปี ได้เดินทางจาก จ.ชลบุรี มาติดตามคดีนี้มานานกว่า 6 ปี แล้วแต่ยังไม่ได้เงินที่ถูกโกงไปคืนแม้แต่บาทเดียว ซึ่งนางสมศรีถูกโกงไปมากกว่า 2 แสนบาท โดยนำเงินจากการขายที่นาผืนสุดท้ายในชีวิตกว่า 5 ไร่ มาร่วมลงทุน แถมยังต้องกู้เงินนอกระบบดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือนมาใช้หนี้สิน อีกเป็นระยะเวลานานกว่า 4 ปีแล้ว อีกทั้งครอบครัวแทบจะแตกสลาย ต้องทะเลาะกับสามีแทบทุกวัน เพราะปัญหาหนี้สินรุมเร้า ปัจจุบันได้รับความเดือดร้อนมาก จึงได้ติดต่อมาทางสมาพันธ์ฯ โดย นายสามารถ ประธานฯ เพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือ เนื่องจากเชื่อมั่นในสักยภาพและฝีมือต่อต้านและปราบแชร์ลูกโซ่ของท่านประธานสามารถ อีกทั้งทางสมาพันธ์ฯ ก็ช่วยเหลือฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น ทำเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างจริงใจ

ผู้เสียหายรายต่อมา ชื่อ “น้องหลิน” อายุ 37 ปี ถูกโกง “แชร์บ้านก้อย” ที่โพสชักชวนผู้คนร่วมลงทุนทางออนไลน์ เท้าแชร์ชื่อก้อยเป็นเพื่อนร่วมงานกันมานานจึงเชื่อใจร่วมลงทุนด้วย โดยเอารถยนต์ไปเข้าไฟเนนท์ ได้เงินมา 9 หมื่นบาท มาร่วมลงทุนจนหมดตัว ได้รับความเดือดร้อนมากๆ ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก หาเงินใช้หนี้สิน และ “น้องหญิง” เป็นนักษึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังย่านเขตดุสิต ถูกโกง “แชร์บ้านก้อย” ไปกว่า 4 หมื่นบาท เป็นเงินค่าเทอมที่พ่อแม่ส่งมาให้ ได้รับความเดือดร้อนยากลำบากมาก ต้องไปทำงานพิเศษเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเทอม เนื่องจากพ่อแม่ไม่รู้ว่าถูกโกง และผู้เสียหายชื่อ “นายเอ็ก” ถูกโกงในแชร์บ้านก้อย 5 หมื่นบาท เป็นเงินเก็บจากการค้าขายร้านของชำ กว่าจะได้เงินแต่ละบาทแสนยากเย็น
สำหรับในคดีแชร์ลูกโซ่บ้านก้อยมีผู้เสียหายหลายร้อยคนจากทั่วทั่งประเทศไทย มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท!!

ผู้เสียหายในคดีแชร์ลูกโซ่รายต่อมา คือ “น้องตุ้ย” อานุ 29 ปี เดินทางมาจาก จ.เชียงใหม่ ถูกโกงในคดีแชร์ลูกโซ่ “แขร์บ้านเจนนี่” ที่โพสเชิญชวนผู้คนร่วมลงทุนทางออนไลน์ ต้องสูญเงินไปกว่า 3 แสนบาท เป็นเงินเก็บจากการทำงานที่เก็บมาหลายปี ได้รับความเดือดร้อนมากๆ เพราะถูกโกงหมดเนื้อหมดตัว ที่สำคัญ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งว่า เท้าแชร์เจนนี่ได้เดินทางหนีไปต่างประเทศแล้ว จึงอยากจะขอความเป็นธรรมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐตามตัวมิจฉาชีพกลับมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดให้จงได้
ผู้เสียหายรายต่อมา เป็นคุณยายวัย 85 ปี และผู้เสียหายหญิง ที่พิการทางขาเดินไม่ได้วัย 30 ปีเศษ และผู้เสียหายอีกนับสิบราย ได้ถูกโกงในคดีแชร์ลูกโซ่โอดีแคปปิตอล มูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท จากมูลค่าความเสียหายทั้งหมดหลายพันล้านบาท!! เหตุที่มาขอรับการคุ้มครองสิทธิล่าช้า เพราะถูกแม่ทีมข่มขู่ว่าอย่าเดินทางมาร้องทุกข์ต่อหน่วยงานของรัฐ หรืออย่าแจ้งความกับ ตร. ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว และจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ต้องติดคุก แต่ที่ผู้เสียหายกลุ่มนี้ต้องออกมาร้องทุกข์ เพราะอยากทำความจริงให้ปรากฎต่อสังคม และอยากได้รับความเป็นธรรม

คดีสุดท้าย คือ คดีฉ้อโกงประชาชนหลอกให้ลงทุนในมูลนิธิจักราช แอบอ้างเบื้องสูง ว่าเป็นโครงการหลวง ชื่อ “โครงการปิดทองหลังพระ” ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และได้ขอใช้สถานที่บริเวณบ้านของผู้เสียหาย คือ นายชัยบูรณ์ศิริ โคตะมา และ นางกมลชนก สรณ์กางทอง สองสามีภรรยา เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และเป็นสถานที่จัดประชุมชี้แจงโครงการ พร้อมเชิญชวนชาวบ้านสมัครเป็นสมาชิก โดยบอกว่าจะให้ผลตอบแทนสูง จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายกับพี่น้องประชาชนหลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิกและร่วมลงทุนเกือบ 15,000 ราย สูญเงินไปเกือบ 50 ล้านบาท ผู้เสียหายต้องไปกู้เงินนอกระบบ ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อสัปดาห์ ถูกข่มขู่คุกคาม ถูกขู่ฆ่าจากกลุ่มมิจฉาชีพสารพัด ได้รับความเกลียดชังจากชาวบ้าน ทั้งๆ ที่ตนเองก็เป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่มิจฉาชีพ จึงอยากมาร้องทุกข์และร้องขอความเป็นธรรมในวันนี้
ทั้งนี้ ผู้เสียหายทุกคนในคดีแชร์ลูกโซ่ต่างๆ หลายสิบราย ที่เดินทางมา ปปง.ในวันนี้ก็เพื่อให้ ปปง. ติดตามทรัพย์ที่ถูกโกงไปมาคืนให้กับผู้เสียหายโดยเร็วเพราะ ปปง. มีอำนาจตามกฎหมาย
โดยมี นางปาล วัน ผู้อำนวยการกองสื่อสารองค์กร ปปง. และเจ้าหน้าที่ ปปง.มารับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนและผู้เสียหายเป็นอย่างดี โดยจะรีบดำเนินการอย่างเร่งด่วน
ซึ่งนายสามารถ ประธานสมาพันธ์ฯ กล่าว่าจะอาสาพี่น้องประชาชนไปทำงานการเมือง เพื้อแก้กฎหมายที่เกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ให้ทันสมัย ทันเหตุการณ์ และจับมิจฉาชีพมาลงโทษ คืนทรัพย์ให้กับผู้เสียหายโดยเร็ว

อ่านแล้ว180 times!

แบ่งปันข่าวนี้ ...
แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.