สอบสวนกลาง ทลายแก๊ง เครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

แบ่งปันข่าวนี้ :
แบ่งปันข่าวนี้ ...

วันนี้ 3 ส.ค. 59 ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง พล.ต.ท.ฐิติราช  หนองหารพิทักษ์  ผบช.ก.  พล.ต.ต.อภิชาติ ศิริสิทธิ์   รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต. ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. รรท. ผบก.ป. พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์  โชคชัย ผบก.ปอท., พล.ต.ต.สุรเชษฐ์  หักพาล  ผบก. ร่วมแถลงข่าวตรวจค้นจับกุมทลายเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ  หลังจากที่ บริษัท โด เอเซีย ประเทศสิงค์โปร์ ผู้เสียหาย มาร้องทุกข์ว่าได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท เอ็มที ที่ประเทศเวียดนาม ปรากฏว่า เมื่อเดือน ก.พ. 2559 ได้มีกลุ่มคนร้ายปลอมอีเมล์ของบริษัทผู้ขายแสดงตัวเป็นบริษัทผู้ขายหลอกลวงให้ผู้เสียหายว่าเปลี่ยนเลขบัญชีรับโอนเงินชำระค่าสินค้า และหลอกให้โอนเงินประมาณ 9 ล้านบาทเศษ ไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายอันเป็นบัญชีเงินฝากในประเทศไทย ซึ่ง ทาง พล.ต.ท.ฐิติราช จึงสั่งการสนธิกำลังข้าราชการตำรวจจาก บก.ปอท.,บก.ทท., บก.ป. เข้าทำการตรวจค้นแหล่งกบดานผู้ต้องหา 7 จุด สามารถ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ จำนวน 4 ราย 4 คน คือ    MR Daddu Masimangd Kinzdnzi สัญชาติคองโก อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ(แฮ็ก) ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน,มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ”

ข่าว201

นางสาว. กรรัตน์ จันทะนาม อายุ 47 ปี   นาง เพ็ญประภา นิลฉาย อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา”ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น,นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

นางสาว. ธวัลรัตน์ คำนิล อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหา”ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น,นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน” และผู้ต้องหาชาวต่างชาติ(แอฟริกาตะวันตก)ที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย จำนวน  4   นาย   พร้อมของกลาง บัตร ATM 21 ใบ สมุดบัญชีธนาคาร 30 เล่ม คอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊ค 5 เครื่อง แท็บเล็ต 1 เครื่อง

โดยจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่  ซอยประชาชื่น 29 แขวงและเขตจตุจักร ,ซอยงามวงวาน 23 อ.เมืองนทบุรี, ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขต บางกระปิ,ซอยลาดพร้าว 85 แขวงวังทองหลาง เขตลาดพร้าว และ ถนนเพชรเกษม 52 แขวง บางหว้า เขต ภาษีเจริญ

ซึ่งจากการตรวจสอบได้ความว่าเป็นกรณีกลุ่มคนร้ายชาวต่างชาติ ได้ร่วมกระทำผิดกับชาวไทยบางคน โดยชาวต่างชาติส่วนนึงได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อยักย้ายเงินที่ได้จากการหลอกลวงออกไป จึงได้ทำการสืบสวน พบว่าผู้ต้องหาร่วมกระทำผิดในลักษณะขบวนการ

ข่าว202

พล.ต.ท.ฐิติราช จึงได้สั่งการให้ บก.ปอท.,บก.ทท., ,บก.ป. สืบเบาะแส กลุ่มองค์กรคนร้าย และสถิติการก่อเหตุย้อนหลัง 1 ปี พบว่า กลุ่มคนร้ายชาวไนจีเรียดังกล่าวมีการกระทำผิดเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ โดยการ ใช้กลอุบายหลอกเหยื่อด้วยวิธีการใช้ Email Scam และ Romance Scam เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่กลุ่มคนร้าย

จัดหาไว้(บัญชีม้า) จากนั่นกลุ่มคนร้ายก็จะทำการโอนเงินผ่านระบบ E-Banking หรือการฝากเงินสดผ่านตู้ CDM ส่งต่อเข้าบัญชีคนร้ายที่มีหน้าที่บริหารจัดการ ยักย้าย ถ่ายโอนการเงินในองค์กร เพื่อทำการฟอกเงินโดยผ่านบริษัท

ที่เปิดไว้บังหน้า ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ภายในระยะเวลา 6 เดือน มีเงินหมุนเวียนในกลุ่มคนร้ายร่ว

อ่านแล้ว1617 times!

แบ่งปันข่าวนี้ ...
แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.