ประชาชนจะไม่ทน กฏหมายคุ้มครองหมา แมว มากกว่าคนโดนโกง ประธาน สามารถ ลั่นขออาสาเป็นตัวแทน แก้กฏหมายให้ คนไทยต้องไม่ถูกโกง คนโดนโกงต้องได้เงินคืน

แบ่งปันข่าวนี้ :
แบ่งปันข่าวนี้ ...

ประชาชนจะไม่ทน กฏหมายคุ้มครองหมา แมว มากกว่าคนโดนโกง ประธาน สามารถ ลั่นขออาสาเป็นตัวแทน แก้กฏหมายให้ คนไทยต้องไม่ถูกโกง คนโดนโกงต้องได้เงินคืน

วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น ที่ศูนย์ร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล นาย สามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย และ ผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์ กลุ่มสามมิตร ได้นำรายชื่อประชาชน 420000 รายชื่อที่ร่วมแก้กฏหมายแชร์ลูกโซ่ ทั้งนี้พาผู้เสียหายจากแชร์ลูกโซ่500 คนจากการถูกหลอกในหลายรูปแบบคดี จำนวน 8 กลุ่มได้แก่ แชร์กาแฟกำมะลอ แชร์โอดีแคปิตอล แชร์ตะเกียงน้ำมันหอมระเหย แชร์คอร์สสัมมนา กองทุนหมู่บ้านที่หนองบัวแดง มันเทศญี่ปุ่น เงินดิจิตอล แชร์ทองคำบ้านนุ๊ก แชร์ออนไลน์บ้านลัดดา เดินทางมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้เสียหาย

1. เรื่องตั้งกองทุนขึ้นมาช่วยเหลือเหยื่อแชร์ลูกโซ่ คือให้รัฐบาล ต้องตั้งกองทุนของรัฐมาช่วยเหลือผู้เสียหาย เหมือนที่ประเทศอังกฤษ เพราะ ถ้ายังปล่อยให้ชาวบ้านโดนโกงอยู่แบบนี้ กว่าจะได้เงินคืนต้องรอนาน แถมหน่วยงานรัฐก็ไม่ได้เร่งรัดติดตามทรัพย์สินคืนให้กับพวกเค้า ยกตัวอย่างคดี น้ำมันตะเกียงหอมระเหย รัฐยึดไว้ 774 ล้านบาท ก็ยังไม่คืนให้เนื่องจากติดประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 ดังนั้นรัฐบาลต้องตั้งกองทุนขึ้นมาช่วยก่อน แล้ว รัฐไปบี้กับโจรเอาคืน เพราะรัฐมีศักยภาพ ยังเช่นคดีจำนำข้าว รัฐก็ไปติดตามทรัพย์สินมาได้ ดังนั้นผู้เสียหายจึงขอให้รัฐดำเนินการตั้งกองทุนขึ้น

2. เรื่องการเพิกถอนประกันตัวผู้ต้องหาคดีโอดีแคปิตอล และ คดีเงินดิจิตอลบิทคอย หลังจากผู้เสียหายได้ไปแจ้งความไว้ที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ตำรวจได้ขอหมายศาลอาญาไปจับกุมผู้ต้องหาได้ และ มีการแถลงข่าวบอกต่อสาธารณชนว่าเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ แต่ มิจฉาชีพได้รับการประกันตัวชั้นสอบสวน กลับมาใช้สิทธิที่ไม่สุจริต มาจ้างทนายฟ้องผู้เสียหาย ถือว่าเป็นการช่มขู่ผู้เสียหาย จึงขอให้เพิกถอนประกันตัวผู้ต้องหา และ ให้พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวในชั้นศาลด้วย

3. ให้ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงประชาชนที่เป็นข้าราชการ ต้องออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อเป็นบรรทัดฐานเดียวกันกับคดีแชร์ตำรวจ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการไปแล้ว ทั้งนี้ ผู้ต้องหาบางคน ลาออกจากราชการ แต่ไม่ได้โดนไล่ออก ยังได้รับสิทธิและได้รับเงินบำนาจอยู่ จึงอยากให้ไล่ออก เพื่อธำรงไว้ด้วยความยุติธรรม เพราะ ท่านนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องปราบโกง

4. ให้มีการแก้ ป วิอาญา มาตรา 28 เรื่องการร้องทุกข์ให้ผู้อื่นต้องรับโทษทางอาญา ต้องผ่านพนักงานสอบสวน และ พนักงานอัยการ ก่อนเพื่อมีการกลั่นกรอง เนื้อหาข้อเท็จจริงก่อน เพราะทุกวันนี้มิจฉาชีพ ฉ้อโกงเงินประชาชนมาเอาเงินที่ ฉ้อโกงมาไล่ฟ้องผู้เสียหาย เพื่อปิดปากผู้เสียหาย และ ช่มขู่ผู้เสียหาย มิจฉาชีพใช้กระบวนการยุติธรรมที่ไม่สุจริต โดยให้ทนายร้องต่อศาล ศาลท่านก็ออกเอกสารให้ชาวบ้านต้องมาศาล บางคนโดนโกงไปจนหมดตัว ไม่สามารถหาทนายได้เดือดร้อน ไปร้องขอทนายจากกระทรวงยุติธรรม และ สำนักงานอัยการสูงสุดก็ไม่เข้าหลักเกณฑ์ เพราะไม่ยากจน. ดังนั้น กระบวนการยุติธรรมถ้าต้องใช้เงิน มันก็ไม่ยุติธรรมแล้ว

5. ให้มีการเพิ่มโทษในการจำคุกผู้ต้องหา ให้มีการแก้ ประมวลกฏหมายอาญามาตรา 91 ให้นับโทษจริงจากคำพิพากษาเช่น ถ้ากระทำผิด 5000 ปี ก็ให้ติดคุกจริง 5000 ปี ไม่ต้องมีลดโทษ


โดยผู้เสียหายชื่อ โต้ง โดนโกงจากคดีโอดีแคปิตอลไปจำนวนเกือบ 1 ล้าน และยังเป็นหนี้คอนโดจากหลักสูตรอสังหา ฯ ศูนย์บาท อีก7 ห้องยอดหนี้เกือบสิบล้าน วันนี้โดนมิจฉาชีพที่ฉ้อโกงเงินตนไป ฟ้องตนเองกับศาลอีก 5 หมาย จึงเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลว่าความยุติธรรมอยู่ไหน


ซึ่งได้มีผู้อำนวยการศูนย์ร้องทุกข์ นาย พันธ์ศักดิ์ เจริญ พร้อม พันตำรวจเอก อรรถวิทย์ สายสืบ รองผู้บังคับการนครบาล 1 มารับเรื่องของผู้เสียหาย ที่ศูนย์ร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ชาวบ้านผู้เสียหายได้เดินเท้าจากทำเนียบรัฐบาลไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินการจับกุมมิจฉาชีพที่ยังหลอกลวงชาวบ้านอยู่ และ ให้อำนวยความยุติธรรมให้กับผู้เสียหาย โดนตลอดทางได้รับกำลังใจจากประชาชนตลอดสองข้างทาง

อ่านแล้ว123 times!

แบ่งปันข่าวนี้ ...
แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.