ทนายสงกรานต์เข้าร้องกระทรวงยุติ กรณีชาวมุดกาหารรับจ้างนายดาบติดคุกแทนกว่า4ปี คดีครอบครองไม้พะยูง มะค่า และอื่นๆรวมกว่า8พันท่อน

แบ่งปันข่าวนี้ :
แบ่งปันข่าวนี้ ...

วันนี้8ธ.ค.59 เวลา 11.00น. ทนาย สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อ ต้านบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และคณะทำงานฝ่ายกฏหมายพาญาตผู้เสียหายที่ถูกดาบตำรวจหลอกให้รับผิดแทนในคดีค้าไม้เถื่อน เดินทางมาที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อเข้าขอความเป็นธรรมนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดยุติธรรม

img_3916
ทนายสงกานต์ กล่าวว่า ได้มีเหตุการณ์ที่นายชวนณรงค์ คำป่าน ชาวมุกดาหาร ได้รับจ้างจากดาบตำรวจนายหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร ให้ติดคุกแทนในคดีค้าไม่เถื่อน โดยให้ค่าจ้างเป็นจำนวนเงิน 2 แสนบาท ซึ่งนายดาบท่านนี้ได้หลอกว่าเป็นแค่คดีค้าไม้เพียงเล็กๆมีไม้ไม่กี่ท่อนนายชวนณรงค์จึงยอมตกลงยอมรับงาน เพราะเนื่องจากนายชวนณรงค์ได้มีโรคร้ายประจำตัวอยู่จึงตัดสิ้นใจติดคุกแทน แต่ภายหลังตอนขึ้นศาลนายชวนณรงค์ได้ทราบความจริงว่าคดีที่ตนเองติดรับจ้างติดคุกแทนนั้น เป็นคดีใหญ่มีของกลางเป็นไม่พะยูง, ไม้มะค่าโมงขนาดใหญ่ ประมาณ 800กว่าท่อน ศาลได้พิพากษา จำคุก8ปี6เดือนแต่รับสาร ภาพลดเหลือ4ปี3เดือน

img_3915

จากนั้นได้มีผู้เสียหายเดินทางมาร้องต่อศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์กระทรวงยุติธรรมเพิ่มอีก 2 คดี คดีแรกเป็นนางจารุณี ธาราสวัสดิ์ศีริ ภรรยาผู้เสียชีวิตชาวกะเหรี่ยง ของให้ช่วยตรวจสอบเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายชาลี ไล้โจ ที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานห้วยขาแข้ง(หน่วยกึงไกร)จังหวัดอุทัยธานี ยิงเสียชีวิตขณะเข้าไปเก็บเห็ดป่าอุทยานห้วยขาแข้ง เพราะป่านนี้คดีความยังไม่มีความคืบหน้า

img_3913
คดีที่สอง น.ส.ภัคญาฎา ชยุติรัตน์ ผู้เสียหายที่ถูกพนักงานสอบสวน สน. ลุมพินี เบิกตัวจากห้องขังกลางดึก ไปถอนเงินในบัญชีธนาคารกว่า 3,400,000 บาท อ้างว่า เพื่อส่งมอบคืนให้กับแฟนหนุ่มชาวเวียดนาม ที่เลิกรากันไปและถูกแฟนหนุ่มแจ้งความดำเนินคดีในความผิดฐานลักทรัพย์นายจ้าง,ปลอมและใช้เอกสารปลอม โดยพนักงานสอบสวนรายดังกล่าวได้เรียกเงินประกันเป็นจำนวนเงิน 150,000 บาท. เพื่อแลกกับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยก่อนหน้านี้ผู้เสียหายได้ร้องเรียนผ่านไปทางผู้กำกับการ สน.ลุมพินี เพื่อขอให้ตรวจสอบความไม่ชอบมาพากล แต่เรื่องไม่คืบหน้าซ้ำยังเหมือนมีการเร่งพยายามปิดสำนวนคดีนี้ให้ได้โดยเร็ว

img_3914

ด้าน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า เบื้องต้นจะส่งสำนวนคดีทั้งหมด ไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์กระทรวงยุติธรรม ส่วนการสู้คดีทางกระทรวงยุติธรรมจะใช้งบประมาณจากกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือผู้เสียหาย
โดยในคดีรับจ้างติดคุกจะตรวจสอบข้อมูลหลักฐาน ยอมรับว่าการรับจ้างติดคุกเป็นคดีแรกที่มีผู้ร้องเรียน โดยอาจจะต้องรื้อคดีใหม่เพื่อสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าใครอยู่ในกระบวนการบ้าง แต่ในส่วนของผู้ที่รับจ้างติดคุกก็จะต้องถูกดำเนินคดีอยู่แล้วในข้อหาแจ้งความเท็จ เบิกความอันเป็นเท็จ ซึ่งก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และทราบว่าขณะนี้ผู้เสียหายที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำมุกดาหารมีอาการป่วยก็จะกำชับให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

อ่านแล้ว1566 times!

แบ่งปันข่าวนี้ ...
แบ่งปันข่าวนี้ :

You May Also Like

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.